รายละเอียดหนังสือ
เริ่มจากปัญหาคุ้นตาอย่างโฟลเดอร์ที่มีไฟล์ final หลายเวอร์ชัน จนไม่แน่ใจว่าควรแก้ไฟล์ไหน
หนังสือจะพาเห็นว่า Git เก็บการเปลี่ยนแปลงอย่างไร และ GitHub เข้ามาช่วยตรงจุดใด
เมื่อเข้าใจภาพรวมแล้ว คุณจะติดตั้ง Git บน Windows, macOS หรือ Linux และตรวจว่าใช้งานได้จริง
จากนั้นตั้งชื่อกับอีเมลให้ถูกต้อง เพื่อให้ทุก commit บอกได้ว่าใครเป็นคนแก้งาน
คุณจะรู้ว่าไฟล์ที่แก้อยู่ต่างจากไฟล์ใน staging area และประวัติของ repository อย่างไร
พอเห็นทางเดินของไฟล์ คำสั่ง git status, git add และ git commit ก็จะมีความหมายชัดขึ้น
คุณจะเริ่ม repository ของตัวเอง บันทึกงานเป็นช่วงๆ และย้อนดูว่าแต่ละครั้งเปลี่ยนอะไร
ไฟล์ที่ไม่ควรเก็บในประวัติ เช่น .env หรือ node_modules จะถูกกันออกด้วย .gitignore
ข้อความ commit จะบอกเหตุผลของงานได้กระชับขึ้น และช่วยให้เพื่อนร่วมทีมอ่านประวัติรู้เรื่อง
เมื่อแก้พลาด คุณจะเลือกใช้ restore, reset หรือ revert ตามสิ่งที่ต้องการย้อน
งานใหม่จะอยู่บน branch ของตัวเอง ก่อนรวมกลับโดยไม่ไปทับงานหลักระหว่างทาง
หากเกิด merge conflict คุณจะอ่านจุดที่ชนกัน เลือกโค้ดที่ต้องเก็บ และตรวจผลหลังแก้ได้
คุณจะเห็นว่า rebase กับ cherry-pick ใช้ต่างกันอย่างไร รวมถึงข้อควรระวังก่อนแก้ประวัติ
พอทำงานกับ remote คุณจะใช้ clone, fetch, pull และ push โดยรู้ว่าแต่ละคำสั่งย้ายข้อมูลทิศไหน
บน GitHub คุณจะสร้าง repository ส่ง Pull Request และแก้โค้ดตามความเห็นของผู้รีวิว
ถ้าร่วมงานกับโปรเจกต์ของคนอื่น คุณจะใช้ fork และติดตามงานล่าสุดจาก upstream ได้
คนที่ใช้ VS Code จะทำงาน Git ผ่านหน้าจอ ตั้งแต่ดูไฟล์ที่เปลี่ยนจนถึงแก้ conflict
ท้ายเล่มเปรียบเทียบวิธีจัด branch ของทีม พร้อมคำถามที่พบบ่อยและ Cheat Sheet สำหรับเปิดทวน
อ่านจบแล้วคุณจะจัดประวัติงานของตัวเอง และส่งงานเข้าทีมผ่าน GitHub ได้อย่างเป็นขั้นตอน
เมื่อเจอปัญหาระหว่างทำงาน คุณจะตรวจสถานะก่อนเลือกคำสั่ง แทนการเดาแล้วเสี่ยงทำงานหาย